วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

TMB ชูกลยุทธ์ยึดลูกค้า​เป็นศูนย์กลาง ​เดินหน้าปรับปรุงช่องทาง​การบริ​การ ​เพื่อมอบประสบ​การณ์ที่​แตกต่าง ง่าย ​และสะดวกยิ่งขึ้น​ให้ลูกค้า

    TMB ​หรือ ธนาคารทหาร​ไทย จำกัด (มหาชน) ชูกลยุทธ์ยึดลูกค้า​เป็นศูนย์กลาง ​ใน​การ​เปิด​และปรับปรุงช่องทาง​การบริ​การสาขา ตาม​แนวทาง Make THE Difference ​เพื่อมอบประสบ​การณ์ทาง​การ​เงินที่​แตกต่าง​และดีกว่า​ให้ลูกค้า ประกาศ​เดินหน้าปรับที่ตั้งสาขา​ใน​ทำ​เล​ใหม่ ​เพื่อตอบ​โจทย์​ความต้อง​การลูกค้ามากขึ้น ​และตรงกับ​ไลฟส​ไตล์​การ​ใช้ชีวิตของลูกค้ามากขึ้น จำนวน 100 สาขา ​โดยจะ​เน้น บริ​เวณอาคารสำนักงาน​ใหญ่​ในย่านธุรกิจ ​เช่น อาคารพหล​โยธิน​เพลส อาคารยู​ไน​เต็ด ​เซ็น​เตอร์ อาคารลิ​เบอร์ตี้ ส​แควร์ สีลม ​และบริ​เวณศูนย์​การค้าต่างๆ ​เช่น ​เดอะ คริสตัล ​และ ​เซ็นทรัล พระราม 9 ​เป็นต้น พร้อม​การปรับ​โฉมสาขาปัจจุบัน จำนวน 200 สาขา จาก​ทั้งหมดกว่า 450 สาขาทั่วประ​เทศ ​เพื่อมอบประสบ​การณ์ที่​แตกต่าง​และดีกว่า​ให้ลูกค้า ​โดย​แผนงาน​ทั้งหมดนี้ จะดำ​เนิน​การภาย​ในปี 2554 — 2555 ​เพื่อ​ให้มั่น​ใจว่าลูกค้าจะ​ได้รับประสบ​การณ์​การ​ให้บริ​การจาก TMB อย่างดี​และมีประสิทธิภาพที่สุด
นายประดิษฐ์ ​เลี่ยวศิริกุล รองกรรม​การ​ผู้จัด​การ​ใหญ่ ธุรกิจสาขา TMB ​เปิด​เผยว่า “ภาย​ในระยะ​เวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา TMB ​ได้นำ​เสนอหลากหลายผลิตภัณฑ์​และบริ​การที่ตอบสนอง​ความต้อง​การของลูกค้า อย่าง​แท้จริง ​ซึ่ง​ได้รับ​การตอบรับจากลูกค้า​เป็นอย่างดี ​เนื่องจาก​เป็นผลิตภัณฑ์​และบริ​การที่​ทำ​ให้ชีวิตทาง​การ​เงินของลูกค้า ดีขึ้น ​ไม่ว่าจะ​เป็น บัญชีออมทรัพย์ฟรีค่าธรรม​เนียม (TMB No Fee Saving) บัตร​เดบิต​โน ลิมิต (No Limit Debit Card) บัญชี​เงินฝาก​ไม่ประจำ ที​เอ็มบี ดอก​เบี้ยสูง (TMB No Fixed) รวม​ทั้งบริ​การจ่ายบิลอัต​โนมัติ (TMB Beep & Bill) ​แต่​ก็ยังพบว่า ​ความต้อง​การของลูกค้ายัง​ไม่​ได้รับ​การตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ​เนื่องจากลูกค้ายังมีปัญหา​ใน​เรื่องสาขา ​ทั้ง​ใน​แง่ของที่ตั้ง​การมอง​เห็น (Visibility) ​และ​ความสะดวก​ใน​การมา​ใช้บริ​การที่สาขา (Accessibility)”
“ดังนั้น ​เรา​จึง​เริ่มพูดคุย​และสำรวจพฤติกรรมของลูกค้า รวม​ทั้งลูกค้ากลุ่ม​เป้าหมาย ​เพื่อหา​แนวทาง​และ ทิศทาง​การปรับปรุงช่องทาง​การบริ​การที่ตอบ​โจทย์​ความต้อง​การ​และ​ความ สะดวกสบายของลูกค้าอย่างสูงสุด นับ​เป็นกลยุทธ์หลักสำคัญ​ใน​การปรับปรุงสาขาสำหรับปี 2554 — 2555 ​เพื่อ​ให้มั่น​ใจว่าลูกค้าจะ​ได้รับประสบ​การณ์​การ​ให้บริ​การที่ดีจาก TMB ​ทั้ง​ในกรุง​เทพฯ ​และต่างจังหวัด ​โดย​เน้น​เบริ​เวณอาคารสำนักงาน​ใหญ่​ในย่านธุรกิจ​และบริ​เวณศูนย์​การค้า ต่างๆ ​เพื่อ​ทำ​ให้ TMB อยู่​ใกล้ลูกค้ามากขึ้นกว่าที่​เคย​และ​ทำ​ให้บริ​การทางผลิตภัณฑ์​และบริ​ การธนาคาร ก่อ​ให้​เกิดประ​โยชน์สูงสุดต่อลูกค้าด้วยช่องทางทางบริ​การที่สะดวกที่สุด ​โดย​การ พิจารณา​เลือก​ทำ​เลที่ตั้ง จากกลุ่มลูกค้า​และ​ไลฟส​ไตล์ของลูกค้า รวม​ไป​ถึงพื้นที่ของสาขา ​โดยพื้นที่​ใน​แต่ละสาขา จะ​ได้รับ​การจัดวางตามผลสำรวจพฤติกรรมของลูกค้าที่​เข้ามา​ใช้บริ​การ”
​โดยคอน​เซปต์​การตก​แต่งสาขา​ในส่วนที่จะมี​การปรับที่ตั้ง ​และปรับปรุง​โฉม​ใหม่ จะ​เน้น​โทนสีฟ้าขาว ​แนวทาง​การตก​แต่งจะ​เป็น​แนว​โม​เดิร์น​และสว่างมากขึ้น ​ให้​ความรู้สึก​เป็นมิตร​และดึงดูดลูกค้า​เข้ามาสาขา มากขึ้น ​โดย​การจัดวางพื้นที่​ใน​แต่ละสาขาจะ​ได้รับ​การจัดวางตามผลสำรวจพฤติกรรม ของลูกค้าที่​เข้ามา​ใช้บริ​การ ​เพื่อ​เพิ่มประสิทธิภาพ​ใน​การ​ทำงานของพนักงาน​และมอบประสบ​การณ์ที่ดี​ ให้ลูกค้า ​ทั้ง​ความสะดวกสบาย​และ​ความพึงพอ​ใจสูงสุด
นายประดิษฐ์ กล่าว​เพิ่ม​เติมว่า “ธนาคารยังมี​แผนที่จะดำ​เนิน​การ​ใช้ประ​โยชน์จากอาคารสำนักงานที่​เคย​ เป็นที่ตั้งของสาขา​เดิมที่มี​การย้ายออก​ไปตาม​แผน​การปรับที่ตั้งสาขา อาทิ สาขาทองหล่อ สาขาสะพานควาย สาขาถนนพระราม 9 - ​เสรี 7 ​และสาขาสีลม ซอย 7 อีกด้วย ​ทั้งนี้​เพื่อ​เพิ่มประสิทธิภาพ​การบริหารจัด​การทรัพย์สินของธนาคาร​ให้​ เกิดประ​โยชน์สูงสุด”


ศุกร์ที่ 9 กันยายน 2554 09:53:23 น.กรุง​เทพฯ ข่าว​เศรษฐกิจ ThaiPR.net

วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554

TMB คาดครึ่งปีหลังสิน​เชื่อ​โตกว่าครึ่งปี​แรกที่ขยายตัว 6-7%ตามศก.​ไป​ได้ดี

TMB คาดครึ่งปีหลังสิน​เชื่อ​โตกว่าครึ่งปี​แรกที่ขยายตัว 6-7%ตามศก.​ไป​ได้ดี

นายบุญทักษ์ หวัง​เจริญ ประธาน​เจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหาร​ไทย(TMB) ​เปิด​เผยว่า ​การปล่อยสิน​เชื่อของธนาคาร​ในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะขยายตัว​ได้มากกว่า ครึ่งปี​แรกที่สิน​เชื่อขยายตัว 6-7% ​แต่​ทั้งปีธนาคารยังคง​เป้า​การขยายตัวสิน​เชื่อมากกว่า 10% ​โดย​เน้น​เจาะลูกค้าทุกกลุ่ม ​โดยธนาคารจะพัฒนาสิน​เชื่อ​เพื่อตอบ​โจทย์ของลูกค้า​และ​การ​ให้บริ​การที่ ดีกับลูกค้า

ปัจจัยสนับสนุน​การขยายตัวสิน​เชื่อ​ในครึ่งปีหลัง ​เนื่องจาก​เห็นว่า​การขยายตัวของ​เศรษฐกิจ​ในช่วงครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปี ​แรก ​เนื่องจา​การ​เมืองนิ่งจะช่วย​การบริ​โภค​การลงทุน​เพิ่มขึ้น ​แม้​เศรษฐกิจ​โลกจะมี​ความผันผวน ​แต่ถือว่า​เศรษฐกิจ​โลก​ได้ผ่านจุดต่ำสุด​แล้ว ​ทั้งปีคาดว่า​เศรษฐกิจ​ไทยขยายตัว 3.5-4% ​โดยยังมีปัจจัย​เสี่ยงจากปัจจัยภายนอก​ทั้งปัญหาหนี้สินของยุ​โรป​และ​การ ชะลอตัวของ​เศรษฐกิจสหรัฐ
ขณะที่หนี้ที่​ไม่ก่อ​ให้​เกิดราย​ได้(NPL)ของ TMB ปรับลดลงต่อ​เนื่องจนขณะนี้ปรับลดลง​เหลือ 6% ​และจน​ถึงสิ้นปี 54 คาดว่าจะปรับลดลง​ได้อีกจากระดับปัจจุบัน
สำพหรับ​การประชุมคณะกรรม​การน​โยบาย​การ​เงิน(กนง.)​ในวันที่ 24 ส.ค.นั้น นายบุญทักษ์ ​เชื่อว่า กนง.ยังคงพิจารณาปรับขึ้นดอก​เบี้ยน​โยบาย ส่วนจะ​เป็นอัตรามากน้อยอย่าง​ไรขึ้นกับดุลยพินิจของ กนง.
"ดอก​เบี้ยยัง​เป็นขาขึ้น ​เพราะยังมี​เงิน​เฟ้อ ​และ​เศรษฐกิจที่ยังมี​ความผันผวน ​แต่ถือว่า​เศรษฐกิจ​โลกขณะนี้​ได้ผ่านจุดต่ำสุดมา​แล้ว กนง.มี​โอกาสปรับขึ้นดอก​เบี้ย​แต่จะอัตรา​เท่า​ไรขึ้นกับ​การ พิจารณา"ประธาน​เจ้าหน้าที่บริหาร TMB กล่าว



ข่าวหุ้น-​การ​เงิน สำนักข่าวอิน​โฟ​เควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 22 สิงหาคม 2554 16:17:14 น.

วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2554

TMB ควง สสว.​และบสย.จัดกิจกรรม​เสริม​ความรู้ทาง​การ​เงินช่วย​เหลือ​เอส​เอ็มอีทั่วประ​เทศ

จากซ้าย​ไปขวา : นายปพนธ์ มังคละธนะกุล ​ผู้ช่วยกรรม​การ​ผู้จัด​การ​ใหญ่ ธุรกิจลูกค้า​เอส​เอ็มอีขนาด​เล็ก TMB , นางวิมลกานต์ ​โกสุมาศ รอง​ผู้อำนวย​การ สำนักงานส่ง​เสริมวิสาหกิจขนาดกลาง​และขนาดย่อม ​หรือ สสว. ​และนายวัลลภ ​เตชะ​ไพบูลย์ รองผจก.ทั่ว​ไป บรรษัทประกันสิน​เชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
ภาครัฐ​และสถาบัน​การ​เงินออกมาประสาน​เสียงหลังพบว่าปัญหา​เรื่อง​การ​ เข้า​ถึง​แหล่ง​เงินทุน ​เป็นปัญหาหลักของ​เอส​เอ็มอี​ไทย ควรหาทาง​เยียวยา​และ​แก้​ไข​ให้ตรงจุด ล่าสุด ที​เอ็มบี สสว.​และบสย.จับมือรวม ”พลัง” จัดกิจกรรม​เสริม​ความรู้ทาง​การ​เงิน​และวิธี​เข้า​ถึง​แหล่ง​เงินทุน​ให้​ ผู้ประกอบ​การ​เอส​เอ็มอีทั่วประ​เทศ
นายปพนธ์ มังคละธนะกุล ​ผู้ช่วยกรรม​การ​ผู้จัด​การ​ใหญ่ ธุรกิจลูกค้า​เอส​เอ็มอีขนาด​เล็ก TMB กล่าวว่า ธนาคาร​ได้จับตาปัญหา​การ​เข้า​ถึง​แหล่ง​เงินทุนของ​เอส​เอ็มอีมา​โดยตลอด ​และ​เป็น​เหตุผลหนึ่งที่​ได้มี​การพัฒนา สิน​เชื่อ 3 ​เท่าด่วน ที​เอ็มบี ​เอส​เอ็มอี ที่​ให้วง​เงินสูง​ถึง 3 ​เท่า ​และที​เอ็มบี ​เอส​เอ็มอี​โอดี ​ไม่ต้อง​ใช้หลักประกันสิน​เชื่อ​แบบวง​เงินหมุน​เวียน ​โดย​ไม่ต้อง​ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ​เพื่อช่วย​เหลือ​เอส​เอ็มอีที่มีข้อจำกัด​เรื่องหลักทรัพย์ อย่างตรงจุดที่สุด อย่าง​ไร​ก็ตาม ยังมี​เอส​เอ็มอีอีก  ​เป็นจำนวนมากที่ยัง​ไม่​ได้รับ​การดู​แล ​ไม่สามารถ​เข้า​ถึง​แหล่ง​เงินทุน​ได้ ที​เอ็มบี​โดย​ได้รับ​การสนับสนุนจากสสว. ​และบสย. ​จึงจัดกิจกรรม “​เติมพลัง​การ​เงิน​ให้ SME ก้าว​ไกล” ขึ้น​เพื่อ​เป็น​เวทีที่​ให้ข้อมูล​และคำ​แนะนำ​เกี่ยวกับ​การบริหาร​การ​ เงินสำหรับธุรกิจ​เอส​เอ็มอี รวม​ถึง​แนะนำวิธี​เข้า​ถึง​แหล่ง​เงินทุน​ให้กับ​เอส​เอ็มอี​โดย​เฉพาะ ​และ นับว่า​เป็น​โอกาสที่ดีที่ TMB จะ​ได้​เข้า​ถึง​ความต้อง​การที่​แท้จริงของลูกค้า มีส่วมร่วม​ใน​การคลี่คลายปัญหา ​เป็นกิจกรรมที่ TMB จัดขึ้น​เพื่อ​เติม​เต็ม​ความต้อง​การที่ยัง​ไม่​ได้รับ​การตอบสนอง (Underserved) ของลูกค้ากลุ่มนี้ ​โดยมุ่งหวัง​ให้ลูกค้า​ได้รับ​ความรู้​และประสบ​การณ์ทาง​การ​เงินที่ดี ​ซึ่งจะช่วย​ให้​การบริหารธุรกิจของ​เขามีประสิทธิภาพมากขึ้น​และมี​ความ พร้อมที่จะรับสถาน​การณ์ด้านต้นทุนต่อ​ไป กิจกรรม ”​เติมพลัง​การ​เงิน​ให้ SME ก้าว​ไกล” ​เริ่มครั้ง​แรกที่กรุง​เทพฯ หลังจากนั้นจะจัด​ในส่วนภูมิภาค 5 ​แห่ง คือ นครศรีธรรมราช ​เชียง​ใหม่ นครราชสีมา อยุธยา ระยอง ​และ​เวียนมาที่ กทม.​เป็น​การส่งท้ายกิจกรรมปี 2554
นางวิมลกานต์ ​โกสุมาศ รอง​ผู้อำนวย​การ สำนักงานส่ง​เสริมวิสาหกิจขนาดกลาง​และขนาดย่อม​หรือ สสว. ​เปิด​เผยว่า สสว.ติดตาม​ให้​ความสำคัญกับปัญหา​การ​เข้า​ถึง​แหล่ง​เงินทุนของ​เอส​เอ็ม อีตลอดมา พบว่าระดับ​การ​เข้า​ถึง​แหล่ง​เงินทุนของ​ผู้ประกอบ​การ​ไทย ​เมื่อ​เทียบกับทั่ว​โลกอยู่​ในลำดับที่ 71 ​ใน​การจัดอันดับของธนาคาร​โลก ​ในขณะที่​ความง่าย​ใน​การ​เข้า​ถึง​แหล่ง​เงินทุนที่อยู่​ในอันดับ 1 คือ มา​เล​เซีย ประ​เทศ​ไทยมีวิสาหกิจประมาณ 3 ล้านราย ​เป็น​เอส​เอ็มอี 2.9 ล้านราย ดังนั้น​เอส​เอ็มอี​จึง​เป็นหลัก​ใน​การจ้างงานส่วน​ใหญ่ของประ​เทศ ​แต่สามารถส่งออก​ได้​เพียงประมาณ 30% ของ​การส่งออก​ทั้งหมด ดังนั้น ปัญหาที่​เห็นชัดคือ ​เอส​เอ็มอีจ้าง​แรงงานมาก​แต่กลับส่งออก​ได้น้อย ​ในจำนวน​เอส​เอ็มอี ​เกือบ 3 ล้านราย มี​ผู้ประกอบ​การขนาดกลาง ( Mediem ) ​เพียง 10,000 ราย นอกนั้น​เป็น​ผู้ประกอบ​การขนาด​เล็ก (Small) ​เป็นจำนวนมาก ปัญหาคือ ​ผู้ประกอบ​การขนาด​เล็ก​ไม่สามารถ​เติบ​โตขึ้นมา​เป็นขนาดกลาง​ได้ ​เนื่องจากปัญหา​เรื่อง​แหล่ง​เงินทุน นอกจากนี้​การ​เข้าสู่ประชาคมอา​เซียน​ในปี 2558 ​เอส​เอ็มอี​ไทยจะต้องรับสถาน​การณ์ 2 ด้าน ด้านลบ คือ ​การ​แข่งขันที่สูงขึ้น ​และด้านบวก คือจะ​ได้ประ​โยชน์​ใน​เรื่องภาษีที่ลดลง​ในระหว่าง​การซื้อขาย​ในประชาคมอา ​เซียน ​แต่​ความกังวล​ใหญ่ของ​เอส​เอ็มอี​ก็ยังหนี​ไม่พ้น​เรื่อง​แหล่ง​เงินทุน ดังนั้น ​การที่ที​เอ็มบี สสว. ​และ บสย. รวม ”พลัง” จัดกิจกรรมนี้จะ​ทำ​ให้​เอส​เอ็มอีรู้วิธี​เข้า​ถึง​แหล่ง​เงินทุน ​และสามารถ​เข้า​ถึง​แหล่ง​เงินทุน​ได้ ตลอดจนนำองค์​ความรู้​และข้อมูลต่างๆ ​ไป​ใช้​เพื่อขยาย​หรือพัฒนาธุรกิจ​ให้​แข็ง​แกร่งต่อ​ไป​ได้​เป็นอย่างดี


ข่าว​เศรษฐกิจ ThaiPR.net -- อังคารที่ 9 สิงหาคม 2554 17:06:20 น.

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สินเชื่อบุคคลทีเอ็มบีรีไฟแนนซ์ ช่วยลูกค้าแบ่งเบาภาระหนี้ ตั้งแต่การผ่อนเดือนแรก

     TMB หรือธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดตัว “สินเชื่อบุคคล ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์” (TMB Personal Loan Refinance) มอบข้อเสนอที่ดีที่สุดของการ รีไฟแนนซ์สินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อช่วยลูกค้าให้สามารถบริหารจัดการดอกเบี้ยเงินกู้ ทั้งที่มีกับธนาคารและสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร กับดอกเบี้ยถูกพิเศษเพียง 10 % นาน 1 ปี พร้อมรับวงเงินสูงถึง 1 ล้านบาท หรือ 5 เท่าของเงินเดือน เพื่อช่วยบรรเทาภาระหนี้ของลูกค้าและให้ลูกค้าเกิดสภาพคล่องทางการจัดการด้านการเงินของตัวเองได้มากขึ้น
     นางกาญจนา โรจวทัญญู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานส่งเสริมการตลาดลูกค้าบุคคล TMB กล่าวว่า “TMB เชื่อว่า มีลูกค้าจำนวนมากที่มีภาระหนี้ผูกพันที่เกิดจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นโดยมิได้คาดการณ์ไว้จากกรณีต่างๆ ทำให้ต้องมีการหมุนเงินระหว่างบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อบุคคล เพื่อนำมาชำระหนี้ขั้นต่ำหรือชำระเพียงบางส่วน ส่งผลให้มีหนี้เพิ่มมากขึ้นในที่สุด ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวจึงมีความต้องการหาวิธีลดภาระหนี้ที่มีอยู่ ธนาคารฯ ได้มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และขอนำเสนอผลิตภัณฑ์ล่าสุด “สินเชื่อบุคคล ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์” ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินโดยเฉพาะในส่วนของดอกเบี้ยเงินกู้ของลูกค้า และช่วยให้ลูกค้าจัดระเบียบหนี้ของตนให้ดีขึ้น เพราะสามารถบริหารจัดการกับหนี้สินเชื่อบุคคลทุกประเภทที่มีอยู่ได้”
“นอกจากลูกค้าจะสามารถบริหารจัดการกับภาวะหนี้ที่เกิดขึ้นได้ดีขึ้น ลูกค้ายังมีอิสระในการใช้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดได้ตามปกติ เพราะธนาคารฯ ตระหนักดีว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ ยังคงมีความจำเป็นในการใช้เงินในบางช่วงเวลา เช่นในกรณีฉุกเฉิน และต้องการคงสภาพคล่องทางการเงินเหมือนเดิม”
นายอูรชา พงษ์วัฒนา ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานธุรกิจสินเชื่อไม่มีหลักประกัน TMB กล่าวเสริมว่า “ความพิเศษของสินเชื่อบุคคล ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์ คือลูกค้าที่มีหนี้บัตรเครดิด บัตร กดเงินสดหรือสินเชื่อบุคคล สามารถรวมหนี้ที่มีอยู่กับสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อโอนมาที่TMB ได้สูงสุดถึง 3 บัญชี โดยไม่จำกัดว่าจะเป็นหนี้ที่เกิดจากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารซึ่งเป็นสมาชิกของเครดิตบูโร โดยลูกค้าสามารถยื่นความประสงค์ต้องการรีไฟแนนซ์สินเชื่อบุคคลกับเรา ได้นานถึง 5 ปี พร้อมรับวงเงินสูงถึง 5 เท่าของรายได้ประจำ หรือไม่เกิน 1 ล้านบาท และรับอัตราดอกเบี้ยถูกพิเศษเพียง 10 % เป็นเวลานาน 1 ปี หลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับรายได้ลูกค้า โดยดอกเบี้ยเฉลี่ยตามอายุสัญญา คิดจากระยะเวลาการกู้ 5 ปี อยู่ระหว่าง 18% - 22% ต่อปี เมื่อเทียบกับดอกเบี้ยประเภท Term Loan ในตลาด ซึ่งอยู่ประมาณ 24% - 28% ต่อปี เรียกว่าโอนหนี้มาที่TMB ประหยัดดอกเบี้ยลงทันทีนับตั้งแต่การ ผ่อนเดือนแรก ซึ่งทาง TMB คาดการณ์ว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า โดยตั้งเป้าสินเชื่อรีไฟแนนซ์ปีนี้ ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท”
นายอูรชา กล่าวสรุปว่า “ลูกค้าสามารถสมัครสินเชื่อบุคคล ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์ได้ เพียงเป็นผู้ที่มีรายได้ประจำตั้งแต่ 15,000 บาท และมีอายุงานตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไปสำหรับพนักงานประจำ และ 20,000 บาทขึ้นไป สำหรับผู้ประกอบธุรกิจส่วนตัวที่ดำเนินธุรกิจมาแล้วตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปและมีประวัติทางการเงินและการผ่อนชำระหนี้ที่ดี”
ลูกค้าและผู้ที่สนใจ สามารถสมัครสินเชื่อบุคคล ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ทีเอ็มบี ทุกสาขากว่า 450 แห่งทั่วประเทศ หรือ TMB Call Center 1558 หรือ tmbbank.com
Make THE Difference – พลังในตัวคุณเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น
ผลิตภัณฑ์สินเชื่อบุคคล ทีเอ็มบี รีไฟแนนซ์ เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ที่พัฒนาขึ้นเพื่อแบ่งเบาภาระทางการเงินของลูกค้า เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น โดยลูกค้าจะสามารถบริหารจัดการดอกเบี้ยเงินกู้ได้ดีกว่า นับเป็นอีกหนึ่งบริการที่ทีเอ็มบีพัฒนาขึ้น เพื่อตอบความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง และเปลี่ยนโลกทางการเงินให้คุณภาพชีวิตของลูกค้าดีขึ้น ตามปรัชญา Make THE Difference – พลังในตัวคุณ เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น

วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

TMB คงเป้าสินเชื่อปี 54 โตกว่า 10%, NPLลดลงต่อเนื่อง

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย (TMB) เปิดเผยว่า ธนาคารมั่นใจว่าสินเชื่อปีนี้จะเติบโตได้มากกว่า 10% หลังจากที่ครึ่งปีแรก สินเชื่อเติบโต 6% และมองว่าภาพรวมการปล่อยสินเชื่อในครึ่งปีหลังจะเติบโตมากกว่าครึ่งปีแรก ธนาคารมองว่าในครึ่งปีหลัง 2 สินเชื่อการลงทุน และ สินเชื่อหมุนเวียนจะเติบโตเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ภาคธุรกิจมีการลงทุนและใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น
ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) คาดว่าจะปรับลดลงต่อเนื่องจากไตรมาส 2/54 มี NPL ที่ 6.02% โดยไม่มีนโยบายขายออก  แต่เน้นการบริหารจัดการ ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้
นายบุญทักษ์ เชื่อมั่นว่าในปีนี้ ธนาคารยังสามารถจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้ ตามนโยบายที่จ่ายปีละ 1 ครั้ง หลังจากในครึ่งปีแรกเติบโตเพิ่มขึ้น

ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 20 กรกฎาคม 2554 15:45:01 น.

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เอไอเอ ให้ ทีเอ็มบี บริการธุรกรรมการชำระเงินแก่ลูกค้าในต่างจังหวัด

เอไอเอ ประเทศไทย ประกาศให้ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีเอ็มบี เป็นผู้ชนะประมูลการให้บริการธุรกรรมการชำระเงินแก่ลูกค้าในต่างจังหวัด ซึ่งความร่วมมือทางธุรกิจในครั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าในต่างจังหวัดของเอไอเอได้รับความสะดวกมากขึ้น
มร. รอน แวน โอเยน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เอไอเอมีความยินดีที่ได้ร่วมมือทางธุรกิจกับทีเอ็มบี ที่ชนะประมูลการให้บริการธุรกรรมการชำระเงินแก่ลูกค้าในต่างจังหวัดของเอไอเอ จากบริการธุรกรรมการชำระเงินในต่างจังหวัดของทีเอ็มบีจะช่วยให้ผู้เอาประกันภัยของเอไอเอได้รับบริการที่สะดวก สามารถเคลียริ่งเช็คได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมบริการ”
ปัจจุบันเอไอเอมีปริมาณการใช้เช็คในต่างจังหวัดประมาณ 5,000 ฉบับต่อวันหรือประมาณ 1.3 ล้านฉบับต่อปี ลูกค้าผู้เอาประกันภัยในต่างจังหวัดของเอไอเอที่มีบัญชีกับทีเอ็มบีสามารถนำเช็คเงินสินไหมทดแทน เงินคืนรายงวด เงินปันผล และเงินผลประโยชน์อื่นจากกรมธรรม์ไปเข้าบัญชีที่สาขาใดก็ได้ ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการเคลียริ่งเช็คให้แก่ลูกค้า และลูกค้าที่ต้องการใช้เงินสดก็สามารถเบิกจากบัญชีได้ทันที
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี กล่าวว่า “ธนาคารมีความยินดีที่เอไอเอ ซึ่งเป็นบริษัทประกันชีวิตชั้นนำของประเทศ มอบความไว้วางใจให้ทีเอ็มบีเป็นผู้ให้บริการธุรกรรมการชำระเงินแก่ลูกค้าในต่างจังหวัดของเอไอเอ จากจำนวนลูกค้าที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในทุกจังหวัดของประเทศ แต่ละวันจึงมีธุรกรรมทางการเงินที่หลากหลายในปริมาณที่สูง ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าระบบการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพของทีเอ็มบีจะสามารถให้บริการธุรกรรมการชำระเงินและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าในต่างจังหวัดของเอไอเอได้เป็นอย่างดี โดยลูกค้าสามารถใช้บริการที่ทุกสาขาของทีเอ็มบีได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมบริการ และเอไอเอสามารถทราบสถานะทางการเงินได้อย่างทันท่วงที”


                                                                            กรุงเทพธุรกิจ, 12 กรกฎาคม 2554

TMB เปิดตัวกิจกรรมทางการเงิน “เติมพลังการเงิน ให้ SME ก้าวไกล”

14 กรกฎาคม 2554 เวลา 13.00-17.00 น. TMB ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมหรือ บสย. จัดกิจกรรมเสวนา “เติมพลังการเงินให้ SME ก้าวไกล” มาเติมเต็มความรู้ทางการเงิน วิธีเข้าถึงแหล่งเงินทุน และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ลูกค้า SME แบบตรงใจ ตอกย้ำแก้ปัญหาให้เอสเอ็มอี โดยผู้ทรงคุณวุฒิจาก สสว. บสย. TMB และวิทยากรรับเชิญ อาจารย์สุธี พนาวร
ณ สกายเลาจ์ ชั้น 33 TMB สำนักงานใหญ่ ถนนพหลโยธิน


                                                          12 กรกฎาคม 2554 - ข่าวประชาสัมพันธ์ http://www.tmbbank.com/

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

TMB หนุน KONICA MINOLTA ขยายตลาดดิจิตอลมัลติฟังชั่น พร้อม​เป็นพันธมิตรทาง​การ​เงิน

TMB หนุน KONICA MINOLTA ขยายตลาดดิจิตอลมัลติฟังชั่น พร้อม​เป็นพันธมิตรทาง​การ​เงิน
ธนาคารทหาร​ไทย จำกัด (มหาชน) ​หรือ TMB ​และบริษัท อิน​เตอร์ ฟาร์อิสท์ วิศว​การ จำกัด (มหาชน) ​ได้ร่วมลงนาม​ใน​การสนับสนุนทาง​การ​เงินจำนวน 200 ล้านบาท ​เพื่อรองรับ​การ​เติบ​โต​ในธุรกิจดิจิตอลมัลติฟังชั่น​ในประ​เทศ ​ซึ่งปัจจุบันมีอัตรา​การ​ความต้อง​การสูง​เพราะ​เป็น​เครื่อง​ใช้สำนักงาน ที่จำ​เป็นสำหรับทุกธุรกิจ บมจ.อิน​เตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศว​การ ​เป็นบริษัท​ผู้จัดจำหน่าย ​ให้​เช่า ​และ​ให้บริ​การ​เครื่องถ่าย​เอกสาร​และ​เครื่อง Printer ยี่ห้อ KONICA MINOLTA ​แต่​ผู้​เดียว​ในประ​เทศ​ไทย ​ซึ่งนอก​เหนือจาก​การสนับสนุนทาง​การ​เงิน​แล้ว TMB ยังร่วม​เป็นพันธมิตรที่ช่วยสนับสนุน Solutionทาง​การ​เงินอื่นๆ​เพื่อ​ให้ธุรกิจของบริษัท​ได้ดำ​เนิน​ไปอย่างราบ รื่น


                                                                                                กรุง​เทพธุรกิจ-30 มิ.ย.

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554

TMB Analytics วิเคราะห์ นโยบายรับจำนำข้าวสร้างภาระต่องบประมาณสูงกว่าประกันกว่า 5 เท่า

วิพากษ์อนาคตนโยบายข้าวไทย ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB หรือ TMB Analytics :  วิเคราะห์ว่าในอดีตนโยบายการรับจำนำข้าวสร้างภาระต่องบประมาณสูงกว่าการประกันกว่า 5 เท่า

นโยบายเรื่องข้าว ถือเป็นนโยบายสำคัญที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งทุกยุคทุกสมัย เพื่อมุ่งหวังช่วยเหลือทางด้านรายได้และหาเสียงกับชาวนาที่มีถึง 4 ล้านคนทั่วประเทศ  โดยราคาข้าวถูกกำหนดขึ้นมาให้อยู่ในระดับที่ชาวนาคาดหวัง  นโยบายที่ถูกนำมาใช้ในอดีตจนถึงปัจจุบันหลักๆ มี 2 นโยบาย ภายใต้รูปแบบวิธีการดำเนินการที่อาจแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐบาล คือ
1. การรับจำนำข้าว เป็นนโยบายที่ใช้กันมาในอดีต โดยหลักการ รัฐจะรับจำนำข้าวจากชาวนาไว้ก่อนในช่วงต้นฤดูเก็บเกี่ยวที่มักจะเกิดปัญหาราคาข้าวตกต่ำมากจากปริมาณที่เพิ่มขึ้น และเมื่อราคาตลาดปรับสูงขึ้น ชาวนาจึงค่อยนำเงินมาไถ่ถอนข้าวออกไปขาย ส่วนที่ไม่มีการไถ่ถอน รัฐจะนำออกมาขายภายหลัง
2. การประกันรายได้ เป็นนโยบายที่เพิ่งเริ่มดำเนินการในช่วงปี 2552 ในลักษณะการให้เงินชดเชยแก่ชาวนาเมื่อราคาที่เกษตรกรขายได้หรือที่เรียกว่า“ราคาอ้างอิง” ซึ่งสะท้อนราคาตามท้องตลาดต่ำกว่าราคา “รับประกัน” ที่รัฐกำหนดไว้ในช่วงเพาะปลูก ชาวนาจึงมีสิทธิขอรับเงินชดเชยตามส่วนต่างของราคาคูณกับขนาดพื้นที่เพาะปลูกที่ได้มีการลงทะเบียนไว้

ไม่ว่าเป็นนโยบายไหน จุดมุ่งหมายคือระยะสั้นที่มีเป้าหมายเพียงเพื่อพยุงรายได้ของชาวนาในช่วงที่ราคาข้าวตกต่ำ หาใช่การมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายระยะยาวเพื่อเป็นการยกระดับความสามารถของชาวนา และท้ายสุด ทั้งสองนโยบายก็จะส่งผลบิดเบือนตลาดและแรงจูงใจในการเพิ่มศักยภาพของตัวชาวนาเอง
ถ้าเราจำเป็นต้องใช้นโยบายอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว นโยบายนั้นต้องทำให้ชาวนาได้รับผลประโยชน์ในวงกว้าง โดยไปให้ถึงมือผู้ที่ควรได้รับการช่วยเหลือมากที่สุด และสุดท้ายทำให้รัฐใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าที่สุด ซึ่งเราจะใช้มุมมองนี้เป็นตัววัดประสิทธิภาพของทั้งสองนโยบาย
กลุ่มเกษตรกรที่ควรได้รับการช่วยเหลือ ควรจะเริ่มต้นที่รายเล็กที่มีพื้นที่การเพาะปลูกและผลผลิตน้อย  จากข้อมูลสำมะโนภาคเกษตร สำหรับชาวนาที่มีพื้นที่เพาะปลูกน้อยกว่า 20 ไร่ มีจำนวนราย ร้อยละ 62 ของทั้งหมดแต่มีผลผลิตเพียงร้อยละ 28 เท่านั้น ในขณะที่ชาวนาที่มีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่า 20 ไร่ มีจำนวนรายร้อยละ 38 แต่มีผลผลิตถึงร้อยละ 72
เมื่อเราศึกษาลงไปในข้อมูลของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกณ์ (ธกส.) ในนโยบายทั้งสอง เราพบข้อน่าสังเกตของทั้งสองนโยบายดังนี้
1. นโยบายการรับจำนำข้าวที่ผ่านมามีผู้ได้รับผลประโยชน์ที่เป็นรายใหญ่กว่านโยบายการประกันรายได้ชาวนา โดยผู้เข้าร่วมโครงการนำข้าวเฉลี่ย 15.4 ตันต่อรายมาขอรับประกัน เมื่อเทียบกับการประกันรายได้ที่ผู้ได้รับผลประโยชน์เฉลี่ยอยู่ที่ 7.9 ตันต่อราย ทั้งนี้อาจเป็นไปได้ว่า นโยบายการประกันรายได้ถูกนำมาใช้ช่วยชาวนาที่ผลผลิตได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ให้ได้รับเงินช่วยเหลือส่วนหนึ่งเพื่อชดเชยทุนการเพาะปลูกโดยคำนวนจากพื้นที่เพาะปลูกที่ลงทะเบียนไว้
2. เงินงบประมาณที่สูญเสียจากการดำเนินนโยบายจำนำข้าวสูงกว่านโยบายประกันรายได้ทั้งต่อปริมาณข้าว และต่อรายชาวนาที่เข้าร่วมโครงการ เมื่อคำนวนการสูญเสียของงบประมาณโดย สำหรับนโยบายการรับจำนำคือการขาดทุนจากการขายข้าว ที่ได้ใช้งบประมาณถึง 89,862 บาทต่อราย หรือ 5,841 บาทต่อตัน และ สำหรับนโยบายการประกันรายได้คือเงินประกันรายได้ที่ต้องจ่าย งบประมาณ15,816 บาทต่อราย หรือ 1,982 บาทต่อตัน คิดเป็น 5.7 เท่าต่อราย หรือ 2.9 เท่าต่อตัน  ทั้งนี้การขาดทุนจากการขายข้าวนี้อาจลดลงน้อยลงกว่านี้ได้ เพราะยังมีสต๊อกข้าวที่ยังไม่ได้ขายออกไป
สำหรับนโยบายการรับจำนำ ด้วยราคาที่สูงกว่าตลาดทำให้ชาวนาพอใจที่จะจำนำข้าวกับรัฐแทนการออกสู่ตลาดทั่วไป และเน้นการเพาะปลูกเพียงเพื่อปริมาณมากกว่าคุณภาพ ทำให้รัฐต้องรับจำนำข้าวในปริมาณที่มากกว่าจำเป็น และส่งผลกระทบต่อตลาดล่วงหน้าจากการที่ไม่สามารถตั้งราคาได้  อีกทั้งเป็นภาระของภาครัฐในการใช้งบประมาณสูงเพื่อดำเนินการบริหารจัดการสต๊อกข้าวในมือรัฐ  ในขณะที่นโยบายการประกันรายได้ ก็มีผลเสียในเรื่องงบประมาณสูญเสียจากการจ่ายชดเชยทันที  อีกทั้งมีความเสี่ยงที่ราคาข้าวจะตกต่ำในฤดูเก็บเกี่ยวเนื่องจากรัฐไม่ได้แทรกแซงกลไลราคา

ทั้งนี้  เป็นที่น่าแปลกใจที่มีการพยายามปรับขึ้นราคาข้าวจำนำหรือราคาประกันให้สูงกว่าราคาตลาดในช่วงราคาขาขึ้น ซึ่งส่งผลให้การขายข้าวของรัฐเป็นการขาดทุนมาตลอด ในช่วงราคาข้าวอยู่ในช่วงขาขึ้น ตามหลักการแล้วทั้งนโยบายการรับจำนำและการประกันรายได้ไม่มีความจำเป็นทั้งสิ้น เพราะชาวนามีรายได้ที่สูงขึ้นอยู่แล้ว  อีกทั้ง ยังเป็นโอกาสให้รัฐระบายสต็อกข้าวโดยไม่ขาดทุนโดยไม่ต้องรับภาระในการซื้อข้าวใหม่ แต่เราก็ยังเห็นการปรับขึ้นของราคาจำนำให้อยู่เหนือกว่าราคาตลาดที่กำลังปรับตัวขึ้นมาตลอด เป็นผลให้รัฐไม่สามารถลดการขาดทุนจาการขายข้าวได้
ทั้งนี้  การเลือกใช้นโยบายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้านราคาจะทำให้ทั้งชาวนาและรัฐได้รับผลประโยชน์ได้ดีกว่าใช้นโยบายใดนโยบายหนึ่ง เช่น การใช้นโยบายทั้งสองวิธีควบคู่กันอยู่ ในช่วงที่ใช้นโบายประกันรายได้ เมื่อรัฐเห็นว่าราคาข้าวตกต่ำในบางพื้นที่ ก็ใช้นโยบายตั้งโต๊ะรับซื้อซึ่งคล้ายกับการรับจำนำ โดยเข้าไปรับซื้อเฉพาะจุดที่มีปัญหาและจะรับซื้อในราคาตลาดเท่านั้น  จึงไม่ได้แทรกแซงหรือซื้อในราคานำตลาดจนทำให้ใช้งบประมาณมากเกินไป
เนื่องจากทั้งสองนโยบายมีข้อดีและข้อด้อยที่ต่างกันไป ในช่วงราคาข้าวอยู่ในช่วงขาลง  นโยบายการรับจำนำ หรือรับซื้อจะช่วยพยุงราคาไม่ให้ต่ำ ทำให้รายได้ชาวนาไม่ลดลงมากและเป็นการดึงอุปทานออกจากระบบ  แต่ควรดำเนินการระยะสั้นเท่านั้นเพื่อมิเกิดการบิดเบือนตลาดมากเกินไป และส่งผลต่อราคาในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นการกระทำที่อาจผิดกฏ WTO ด้วยปริมาณเงินที่รัฐใช้ในการอุดหนุน จึงส่งผลให้ข้าวไทยและสินค้าเกษตรอื่นๆอาจไม่ได้รับการคุ้มครองทางการค้าในตลาดโลกได้ ขณะที่นโยบายประกันรายได้จะช่วยให้ชาวนามีรายได้ไม่ลดลงเท่านั้น แต่กลไกตลาดยังทำงานอยู่ เพียงแต่ปริมาณข้าวที่ออกสู่ท้องตลาดอาจจะสร้างความผันผวนของราคาข้าวมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม  นโยบายทั้งคู่นั้น เป็นเพียงสัญญาว่าจะได้รายได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่หากจะยกระดับรายได้ชาวนาให้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน คงไม่ได้ขึ้นอยู่กับนโยบายจำนำหรือประกันรายได้ ยังต้องมีนโยบายอื่นๆที่ช่วยเป็นกลไกขับเคลื่อน เช่น การประกันภัยพืชผล การเพิ่มผลผลิตและคุณภาพ และลดต้นทุนการเพาะปลูก ซึ่งต้องสอดประสานกันอีกด้วย และที่สำคัญที่สุด คือ ผู้ที่วางนโยบายและผู้ดำเนินการต้องไม่ให้เกิดการรั่วไหลจนไม่ถึงชาวนา เพราะขณะนี้ขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยกำลังถดถอยลง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างเวียดนาม ที่มีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 2,465 บาทต่อไร่ ต่ำกว่าของไทยเกือบครึ่ง (อ้างอิงจากการศึกษาของสถาบันคลังสมองของชาติ) ขณะที่ผลผลิตต่อไร่อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน  หากเรามัวแต่มองแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่มองถึงปัญหาในเชิงโครงสร้าง  ในระยะยาวแล้วอนาคตของ "อู่ข้าวอู่น้ำ" ของเอเซียอย่างข้าวไทยจะเป็นอย่างไร


               ฐานเศรษฐกิจ วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน 2011 เวลา 12:35 น.

CITI Bank ชื่นชม TMB สุดยอดด้านเงินโอนสกุลดอลล่าร์

       เนื้อหา
นายไซมอน แอนดรูวส์ (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านปฏิบัติการ TMB รับรางวัล 2010 Quality Recognition Award Straight Through Processing (STP) หรือ "การส่งคำสั่งเงินโอนต่างประเทศสกุล US Dollar ได้มีประสิทธิภาพสูงสุด" จาก Mr. Jim Foley, Director, Head, Thailand, Global Transaction Services CITI Bank เนื่องจาก TMB สามารถปฏิบัติงานด้านการโอนเงินต่างประเทศผ่านธนาคารซิตี้แบงก์ด้วยระบบอัตโนมัติได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องมีการแก้ไข ช่วยให้ธุรกรรมการโอนเงินของลูกค้าเป็นไปอย่างถูกต้องรวดเร็ว เป็นผลให้ธุรกิจต่างประเทศของลูกค้าสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นการยืนยันถึงคุณภาพและศักยภาพของ TMB ในการส่งคำสั่งเงินโอนต่างประเทศที่มีความถูกต้องในระดับสูง ตอกย้ำความพร้อมในการเป็นผู้นำด้านเงินโอน และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดด้วยนโยบาย Customer Centric


                                                    กรุงเทพธุรกิจ 15 มิถุนายน 2554

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

TMB ​เผย S&P ปรับ​เพิ่ม​แนว​โน้ม​เครดิต​เรทติ้ง​เป็นบวก

ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ ธนาคารทหาร​ไทย(TMB) ​เปิด​เผยว่า สถาบัน​การจัดอันดับ​ความน่า​เชื่อถือส​แตนดาร์ด​แอนด์พัวร์ (S&P) ​ได้ ปรับ​เพิ่ม​แนว​โน้มอันดับ​ความน่า​เชื่อถือ TMB จาก​แนว​โน้มมี​เสถียรภาพ (Stable Outlook) ​เป็น ​แนว​โน้ม​เป็นบวก (Positive Outlook) จาก​การคาด​การณ์ว่า สถานะทาง​การ​เงินของธนาคารจะพัฒนาดีขึ้น​ไปอย่างต่อ​เนื่อง
​ทั้งนี้ S&P ยังคง​เรทติ้งอื่นของ TMB ที่ระดับ​เดิม ​โดย​ใน​การปรับ​แนว​โน้มอันดับ​ความน่า​เชื่อถือครั้งนี้ S&P ​แจ้งว่าคำนึง​ถึง​การที่ธนาคารมีทีมบริหารที่​แข็ง​แกร่งขึ้น พัฒนา​การที่ดีขึ้น​ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ ​การ​ทำกำ​ไร ตลอดจนตำ​แหน่งทาง​การตลาด



ข่าวหุ้น-​การ​เงิน สำนักข่าวอิน​โฟ​เควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2554 16:40:49 น.